@911ufa ฝาก-ถอน สมัครสมาชิก
911 ฝาก-ถอน 911 สมัครสมาชิก Bonus 911
Top Menu
@911ufa
logo ufabet911 logo ufabet911
เข้าสู่ระบบ ยูฟ่าเบท
เข้าสู่ระบบ
ฝาก-ถอน สมัครสมาชิก
Main Menu

ปรับตัวได้แล้ว เปิดสถิติหลังจากที่ ‘หงส์แดง’ ไร้เงาฟานไดจ์

ปรับตัวได้แล้ว

 

หลังจากจบจากเกม ที่ทางลิเวอร์พูล ได้ทำการเสมอกับทีม เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยผลสกอร์ที่ 1-1 โดยหลังจากจบเกมนัดนั้น ทีมก็ได้เสียตัวนักเตะคนสำคัญอย่าง เวอร์จิล ฟานไดจ์ ไปด้วยอาการบาดเจ็บหนักมาก และดูเหมือนว่าตอนนี้ทีมจะ ปรับตัวได้แล้ว หลังจากที่ทีมทีผลงานที่ค่อนข้างดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

เชื่อว่าหลายๆคน อาจจะมีความกังวล หลังจากที่ต้องขาดปราการตัวหลักไป และอาจจะคิดว่าปีนี้ ลิเวอร์พูล อาจจะไม่สามารถป้องกันแชมป์ English Premier League ได้อย่างแน่นอน เพราะว่าทีมได้ขาดนักเตะเยอะมากๆ ไม่ใช่แค่ฟานไดจ์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคนอื่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ติอาโก้ อาคันทารา, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมถึงนักเตะคนอื่นๆ ที่มีอาการบาดเจ็บอีกเล็กน้อย

 

แต่ว่าในช่วงเวลานั้น ก็เกิดเหตุการณ์แย่ๆมากมาย เพราะว่าทางด้านของ โจ โกเมส ก็ได้มีอาการบาดเจ็บ หลังจากที่เก็บตัวกับแคมป์ทีมชาติ โดยเขามีอาการเจ็บหนัก บริเวณเอ็นไขว้หัวเข่า ส่งผลให้ต้องผ่าตัดด่วนๆ และไม่สามารถเล่นได้แน่นอนในปี 2020-2021 ทั้งฤดูกาล และก็ถือว่าเป็นวิกฤตหนักแน่นอน เพราะว่าตอนนั้นหงส์แดง จะเหลือแค่ โจเอล มาติป เป็นเซ็นเตอร์อาชีพแค่คนเดียว

 

จนทำให้ตัวของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องเลือกดาวรุ่งออกมา ซึ่งตอนนั้นก็มีรายชื่อของ นาธาเนีล ฟิลิปส์, รีส วิลเลี่ยม, เซปป์ ฟาน เดอ เบค ซึ่งก็ไม่สามารถไว้ใจได้ เพราะว่ายังไม่มีประสบการณ์ที่มากพอ ถึงแม้ว่าในตนนั้น แต่ละคนจะมีฟอร์มที่ดี แต่ก็ไม่เคยลงสนามกับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่นัดเดียว

 

ทำให้ตัวเลือกสุดท้าย คล็อปป์ จึงจำเป็นที่จะต้องดึงตัว ฟาบินโญ่ ที่เล่นเป็นตำแหน่งกลางรับ ลงมาเล่นต่ำเป็นเซ็นเตอร์แบ็ค โดยตอนนั้นจับคู่เล่นกับ โจเอล มาติป และผลลัพธ์มันก็เกินคาดมากๆ เพราะว่านักเตะทั้ง 2 คนนี้นั้น สามารถทำผลงานได้อย่างเหลือเชื่อ และเป็นคู่หูในแนวรับ ที่ดุเดือดที่สุดอีกคู่นึงเลย

 

แต่ก็ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ ปราการหลังชาวดัตช์ ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องฟอร์ม เพราะว่านัดเปิดซีซั่น ถึงแม้ว่าทีมจะชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด และทำการเก็บ 3 คะแนนในบ้านได้ แต่ก็ต้องสังเวยประตูไปถึง 3 ประตูเลยทีเดียว และยังไม่รวมกับเกมที่พ่ายให้กับ แอสตัน วิลล่า อีกด้วยสกอร์ทั้งหมด 7-2 ซึ่งถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ที่หนักมากๆ

 

และหลังจากที่เสีย ฟานไดจ์ ไปจากอาการบาดเจ็บ มาติป ก็ดันมาเจออาการบาดเจ็บซ้ำ ซึ่งตอนนั้นก็ได้ตัวของ รีส วิลเลี่ยม เข้ามาเล่นคู่กับ ฟาบินโญ่ ในเกมลีคถึงจำนวน 2 นัดด้วยกัน และมีโอกาสลงเล่นในศึก UEFA Champions League อีกจำนวน 5 นัด ซึ่งถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ สำหรับนักดาวรุ่งแบบนี้

 

เปลี่ยนจากการเล่นกลางรับ ถอยลงมาเล่นกองกลางเต็มตัว ฟาบินโญ่ ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ถึงแม้ว่าจะเจออาการบาดเจ็บ เพราะว่าการฝืนเล่นบางจังหวะ ทำให้ตัวของเขานั้น ต้องพักฟื้นร่างกาย จากอาการบาดเจ็บเอ็นกล้ามเนื้อ โดยตอนนั้นเขาต้องพักในช่วงเดือนพฤศจิกายน และในสถานการณ์ตอนนั้นของทีม ทีมจำเป็นที่จะต้องโรเททนักเตะมากมาย ทำให้เราจะได้เห็นในหลายๆเกม ที่จะมีการเปลี่ยนแบ็ค 4 อยู่เป็นประจำนั่นเอง

 

แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นผล เพราะว่าหลังจากที่ได้เปลี่ยนระบบ ดึง ฟาบินโญ่ ลงมาเล่นในแนวรับ ลิเวอร์พูล ก็มีเปอร์เซ็นการป้องกันที่ดีมากๆ โดยพวกเขาเสียแค่ 6 ประตู จากการลงสนามทั้งหมด 11 เกมรวมทุกรายการ โดยเฉลี่ยนได้ออกมาเป็น เสียแค่จำนวน 0.5 ลูก ต่อเกมเท่านั้นเอง

 

แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุด คือพวกเขาเก็บคลีนชีต 6 จาก 11 นัดที่ลงแข่ง ซึ่งถ้าหากเทียบกับฟานไดจ์ ตอนนั้นทีมจะเก็บได้แค่ 2 จาก 8 นัดที่ลงเตะเท่านั้น ถือว่าตอนนี้ทีมหงส์แดง ได้มีการเล่นที่รัดกุมกว่าเดิม ถึงว่าจะมีหลายๆจังหวะ ที่เป็นจังหวะหวาดเสียว แต่ทีมก็ทำได้ดีไม่แพ้กันเลย แต่นอกจากคลีนชีต ทีมยังคงเดินหน้าเก็บชัยได้ โดยลิเวอร์พูลนั้น สามารถเก็บชัยได้ทั้งหมด 8 ครั้ง จากการลงสนามทั้งหมด 11 เกมทุกรายการ โดยคิดเป็นอัตราชนะถึง 73% โดยมีการแพ้แค่ 1 เกมเท่านั้น โดยเป็นการแพ้ให้กับทีม อตาลันต้า ในถ้วย UCL เท่านั้นเอง

 

แต่หากเทียบกับตอนที่มีฟานไดจ์ ทีมมีโอกาสชนะแค่ 50% จากการลงสนามทั้งหมด 8 เกมหลังสุดเท่านั้น ทำให้เป็นที่ชัดเจนมาก ว่าการที่คล็อปป์ ได้ทำการดึงดาวรุ่งมาเล่นเกมรับ และสร้างมาตรฐานเกมรับขนาดนี้ มันส่งผลกับดาวรุ่งในทีมมากขนาดไหน เพราะว่าจากหลายๆเกม เราจะเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าดาวรุ่งทุกคนนั้น ไม่มีอาการประหม่าใดๆเลยแม้แต่น้อย

 

และถ้าหากเราจะนำสถิติทั้งหมด ที่ทีมได้ใช้ “ฟาบินโญ่ และ มาติป” มายืนเป็นคู่หูกันทั้งหมด ก็ชัดเจนได้เลยว่าตอนนี้ทีม ปรับตัวได้แล้ว จากการขาดหายของปราการตัวหลัก โดย 4 เกมหลังสุดทุกรายการ หงส์แดงไม่มีการเสียประตูเลย โดยย้อนไปที่เกมเจอกับ บาเยิร์น มิวนิค ตอนนั้นเป็นการแข่งขันยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีค โดยจบผลด้วยการเสมอกัน 0-0 และก็ไม่มีการเสียประตูอีกเลย

 

ทำให้ตอนนี้สาวกหงส์แดง ก็อาจจะอุ่นใจได้ไม่น้อย เพราะว่าการขาดหายของนักเตะตัวหลัก จะไม่เป็นอุปสรรคของการคว้าแต้มต่อไป โดยหากทีมยังคงสามารถรักษามาตรฐานได้แบบนี้ ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ EPL ได้ติดต่อกันจำนวน 2 สมัยซ้อนก็เป็นได้!!

 

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ ufabet911 เว็บ แทงบอล ที่ดีที่สุด สมัครสมาชิก คลิก

error: Content is protected !!