@911ufa ฝาก-ถอน สมัครสมาชิก
911 ฝาก-ถอน 911 สมัครสมาชิก Bonus 911
Top Menu
@911ufa
logo ufabet911 logo ufabet911
เข้าสู่ระบบ ยูฟ่าเบท
เข้าสู่ระบบ
ฝาก-ถอน สมัครสมาชิก
Main Menu

เล็งกุนซือคุมซิตี้แทน หาก โจเซป กวาดิโอล่า ต้องอำลาทีมออกไป

ฌอน โกเตอร์ อดีดนักเตะสังกัดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมากล่าวว่าหาก ‘โจเซป  กวาดิโอล่า‘ จะต้องอำลาจากทีมไป จะมีเพียงกุนซือเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น ที่จะมีบารมีมาเทียบเท่าได้ โดยจะมี ‘นาเกลส์มันน์’ กุนซือของอาร์บี ไลป์ซิก ที่มีปรัชญาการทำทีมที่คล้ายกัน และเป็นคนที่ใจเด็ดมากอีกด้วย

 

ต่อมาจะเป็นรายของ ‘โปเช็ตติโน่’ เป็นกุนซือที่เก่งมากๆ เขาสามารถพาท็อตแน่ม ฮอทสเปอรส์ ทะลุเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ UEFA Champions League ปี 2019 โดยตอนในปีนั้น พอชไม่ได้ทำการเสริมทัพเลยแม้แต่เพนนีเดียว

 

และเราจะมาทำการส่องโปรไฟล์ 2 กุนซือ ที่หาก โจเซป  กวาดิโอล่า ต้องอำลาทีมออกไป ใครจะเหมาะในการรับมือไม้ต่อจากเขา

 

 

นาเกลส์มันน์

 

 

นี่คือกุนซือวัย 32 ปี เป็นผู้จัดการทีม ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกของเจ้าตัว ที่ได้ขึ้นมาคุมทีมระดับ TOP 5 ยุโรปแบบเต็มตัว โดยหากได้ติดตามกุนซือคนนี้ จะรู้ได้เลยว่าคนนี้โหดขนาดไหน นาเกลส์มันน์เป็นเทรนเนอร์เฮดของฮอฟเฟ่นไฮม์ ในขณะที่อายุ 28 ปีเท่านั้น และเป็นสถิติเทรนเนอร์ที่อายุน้อยที่สุด

 

โดยเจ้าตัวได้รับอาชีพกุนซือทางการ ครั้งแรกเมื่อปี 2016-16 ครั้งแรก โดยตอนนั้นเจ้าตัวมีอายุเพียงแค่ 29 ปีเท่านั้น ไม่มีใครอยากจะเชื่อเลยว่า เจ้าตัวจะสามารถทำทีมได้ดีขนาดนี้ โดยในซีซั่นนั้น เป็นซีซั่นแรกของการคัมทีมของเขา โดยเขาสามารถพาทีมจบที่ Top 4 ของลีคที่แข็งที่สุดในยุโรป และยังพาทีมแพ้แค่ 3 จาก 28 นัดที่ลงคุมทีมอีกด้วย เป็นการประกาศศักดาด้วยการไปเล่น UCL ในปีต่อไป โดยตอนนั้นเจ้าตัวได้รับฉายาว่า “Mini Mou” หรือว่ามูริญโญ่น้อย

 

เหตุผลที่ทำให้เจ้าตัวนั้น ได้เป็นผู้จัดการทีมเร็ว ก็เพราะว่าเจ้าตัวได้แขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุ 19 ปีเท่านั้น โดยได้รับอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า จนไม่สามารถลงเล่นได้อีก เจ้าตัวจึงทำการศึกษา และบ่มวิชาการเป็นโค้ชในเวลาไม่นาน

 

สำหรับการทำทีมนั้น นาเกลส์มันน์ถุือว่าเป็นคนที่วางแท็คติกหลากหลาย เขามีแผนการเล่นที่ไม่ซ้ำ ดังนั้นคุณจะเห็นแผนเล่นที่ไม่เป็นรูทีน คุณจะเห็นบางเกมเปิดมาที่ 3-5-2 แต่พอผ่านไปครึ่งหลังอาจจะเป็น 4-3-3 ซึ่งคุณไม่สามารถคาดเดาได้เลย ว่าเขาจะส่งทีมมาในระบบไหน แต่แทคติคที่เขาใช้มากที่สุดนั้น จะเป็นการเล่นแบบหลัง 3 หน้า 2

 

เขาเป็นคนที่มีความเก่งรอบด้าน เขาเป็นโค้ชจอมวางแผน ไม่ว่าจะในหรือว่านอกสนามก็ตาม จะเห็นได้มาเกลส์มันน์นั้น จะมีทีมชุด Staff ออกมาเป็นทั้งหมด 2 ชุด โดยจะเป็นชุดที่ดูแลทีมชุดใหญ่ และอีกชุดนึงจะเป็นชุดที่คุมนักเตะสัญญา แต่ว่าไม่ได้เล่นกับทีม โดยจะแยกไปดูแลช่วงที่นักเตะเหล่านี้ ยามที่ได้กลับมารายงานตัว

 

อีกทั้งเขายังไม่มีห้องทำงานส่วนตัว เขาจะทำงานร่วมกับสต๊าฟโค้ช โดยจะทำการ Brain Strom โดยที่จะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิด ทัศนะคิตของทีม เขาจะทำงานหนักเป็นอย่างมาก ทั้งการจัดวางทีมลงเตะ การวิเคราะห์คู่แข่งก่อนเตะ และการเตรียมเกมก่อนแข่งขัน

 

เคยมีสัมภาษณ์จาก ‘ติโม แวร์เนอร์’ เขาเคยออกมากล่าวไว้ว่า “ผู้จัดการทีม (เกลส์มันน์) เขาเป็นกุนซือที่น่าทึ่งมาก เขามีอายุแค่ 32 ปีเท่านั้น เขาเป็นคนที่ขยันตลอดเวลา เขาจะทำการวางแผนก่อนเกม และจัดการนักเตะได้ทุกคน มีการวางแผนที่หลากหลายมากๆ หากคุณไม่ตั้งใจฟังแทคติคเขา คุณจะเล่นแบบผิดแน่นอน เขาเป็นคนสำคัญที่สุด ที่ทำให้ผมได้มาอยู่ในจุดนี้” แวร์เนอร์กล่าว

 

ในตอนนี้นาเกลส์มันน์ มีสัญญากับทีม อาร์บี ไลป์ซิก ด้วยสัญญาจำนวน 4 ปี โดยตอนนี้กำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูง โดยที่ตอนนี้ยังไม่แพ้ใครเลย ต้องมาดูกันอีกทีว่า เจ้าตัวจะพาทีมไปได้ถึงขนาดไหน

 

 

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

 

 

คงไม่ต้องพูดถึงฝีมือ สำหรับโปเช็ตติโน่นั้น ต้องบอกว่าเขามีผลงานมากมาย ถึงแม้ว่าจะไม่เคยประสบความสำเร็จ แต่ก็อย่าลืมเลยว่า เขาเป็นคนที่พาทีมระดับกลาง สามารถขึ้นไปต่อกรกับทีมระดับท็อปได้ เขาเป็นกุนซือชาวอาร์เจนติน่า โดยเขาเริ่มต้นคุมที่ที่สโมสร เอสปันญ่อล , เซาแธมป์ตัน และย้ายมาคุมทัพที่สเปอรส์ และที่สเปอรส์นี่แหละ ที่ทำให้เจ้าตัวมีชื่อเสียงที่ดังพลุแตก

 

สไตล์การคุมทีมของเขา จะเป็นแนวเกมรุกที่สวยงาม และเกมรับที่เล่นได้ลื่นไหล ซึ่งต่อให้เล่นได้ดีแค่ไหน ทุกคนก็รู้ว่าเขายังคงเป็นกุนซือที่ “ไร้ถ้วย” อีกอยู่ดี

 

หากจะถามว่าเขาเป็นกุนซือแนวไหน? เขาไม่ใช่กุนซือแนวปรัชญาฟุตบอล หรือว่าเน้นพละกำลังแบบเฮวี่ เมนทัล โดยเขาจะคุมทีมแบบสายกลาง โดยจะผสมผสานแท็คติค และการเล่นแบบใส่พละกำลังพร้อมๆกัน ออกมาเป็นการเล่นในสไตล์แบบพอช แต่ที่โดดเด่นที่สุดเลยคือ การดันนักเตะจาก Academy ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ และเซ็นสัญญานักเตะแบบชาญฉลาด

 

เขาเคยบอกไว้ว่า “การที่คุณดันเด็กขึ้นมา พวกเขาจะเล่นด้วยจิตวิญญาณ และสิ่งที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ คุณจะไม่ต้องทำการเสียเงิน สำหรับการซื้อนักเตะเลยแม้แต่เพนนีเดียว พวกเขาเปรียบเสมือนเพชรที่รอการถูกพบเท่านั้น ถ้าหากคุณทำการนำพวกเขามาเจียระไน พวกเขาจะเป็นสตาร์ได้ในอนาคตแน่นอน”

 

ในการคุมทีมแรกของเจ้าตัว พอชได้เริ่มคุมทีมเมื่อปี 2009 โดยตอนนั้นเริ่มคุมทีม เอสปันญ่อล โดยในฤดูกาลนั้นได้พาทีมจบที่ 10 และมีผลงานชิ้นเอกก็คือ การพาทีมไปถล่มคู่แข่งตลอดกาลอย่าง ‘บาร์เซโลน่า’ ค่าถิ่นคัมป์นูวครั้งแรกในรอบ 27 ปีเลยทีเดียว

 

หลังจากนั้นพอชต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ โดยจะตัวได้ย้ายไปคุมทีมนักบุญ เซาแธมป์ตัน เมื่อปี 2012 โดยพาทีมจบที่ได้อันดับ 8 เมื่อปี 2013-14 โดยตอนนั้นทีมมีแต่เด็ก และนักเตะโนเนมทั้งทีม ทำให้ประธานสโมสรท็อตแน่มอย่าง เดเนี่ยล เลวี่ ได้มองเห็นว่าพอชนี่แหละ ที่จะมากู้ชื่อเสียงของสเปอรส์ได้อีกครั้ง จากนั้นก็มอบสัญญาคุมทีมที่จำนวน 5 ปี

 

จากนั้นก็อย่างที่รู้ ว่าพอชสามารถทำให้สเปอรส์ทะยานสู่ตำแหน่ง Top 6 ได้จนถึงทุกวันนี้ โดยผลงานที่ดีที่สุดของเขาคือ การพาสโมสรจบที่อันดับ 2 ในปี 2016-2017 และการทะลุเข้าชิงในศึก UCL ในปี 2019-2020 โดยที่ไม่มีการซื้อนักเตะแม้แต่คนเดียว!

 

 

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ ufabet911 เว็บ แทงบอล ที่ดีที่สุด สมัครสมาชิก คลิก

error: Content is protected !!